บันทึกสะท้อนคิด วันที่ 23 มิ.ย. 2558
การออกแบบแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
การจัดประสบการณ์ให้เด็กได้พัฒนาครบทุกด้าน บรรลุจุดมุ่งหมายตามหลักสูตรนั้น ครูจำเป็นต้องวางแผนการจัดประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมร่วมกับเด็กได้อย่างเหมาะสม และบรรลุผลตามจุดหมายที่กำหนด การเขียนแผนการจัดประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์กับเด็กปฐมวัยอย่างเต็มที่ ครูจะต้องสามารถตอบคำถามพื้นฐานต่อไปนี้
1. วางแผนการจัดประสบการณ์สำหรับใคร ครูต้องรู้จักเด็กที่ตนเองรับผิดชอบ รู้พัฒนาการตามวัย ความสนใจ ความถนัด ความสามารถ รวมทั้งรู้ว่าควรปรับปรุงและพัฒนาเด็กคนใดในเรื่องใดบ้าง
2. ต้องการให้เด็กเรียนรู้อะไร ครูต้องรู้จุดหมายของการจัดประสบการณ์ ครูจึงควรศึกษาก่อนว่าทักษะ สาระการเรียนรู้หรือประสบการณ์สำคัญใดที่จะจัดให้กับเด็ก แล้วจึงวางแผนการจัดกิจกรรมต่อไป
3. เด็กจะเรียนรู้เรื่องที่ต้องการให้เรียนรู้ได้ดีที่สุดได้อย่างไร ครูต้องรู้จักคิดหาวิธีสอน และสื่อเพื่อช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ
4. รู้ได้อย่างไรว่าเด็กเกิดการเรียนรู้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด ครูต้องรู้วิธีประเมินผล สร้างและใช้เครื่องมือประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยที่เหมาะสม
เมื่อตอบคำถามดังกล่าวข้างต้นแล้ว ครูสามารถนำคำตอบมาใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบการจัดประสบการณ์ ครูควรรวบรวมวัสดุอุปกรณ์และแหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเขียนแผนการจัดประสบการณ์ตามแนวทางการจัดกิจกรรมหลักทั้ง 6 กิจกรรม ทั้งนี้ครูอาจกำหนดกิจกรรมแต่ละหน่วยการเรียนไว้อย่างกว้างๆก่อนแล้วจึงเขียนแผนการจัดประสบการณ์ที่มีรายละเอียดที่ครอบคลุมจุดประสงค์ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมสื่อและการประเมินผล
สิ่งสำคัญที่ครูควรคำนึงถึงในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยไม่ใช่รูปแบบการเขียนแผนการจัดประสบการณ์ เช่น การเขียนแบบตาราง แบบกึ่งตาราง หรือแบบความเรียง แต่ควรคำนึงถึงการออกแบบกิจกรรมตามหลักการทำงานของสมอง การจัดการจัดการเรียนรู้แบบลงมือกระทำและแนวทางการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ไม่ควรให้ความสำคัญกับการเขียนแผนการจัดประสบการณ์มากเกินกว่าการจัดประสบการณ์จริงสำหรับเด็ก แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้แผนการจัดประสบการณ์เป็นสิ่งที่ถูกละเลยเพราะแผนการจัดประสบการณ์ที่ดีย่อมนำไปสู่การสอนที่ดี และดีกว่าการจัดประสบการณ์โดยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างแน่นอน
เมื่อนำแผนการจัดประสบการณ์ไปใช้ในการจัดกิจกรรมประจำวันให้แก่เด็กปฐมวัย ครูควรให้ความสำคัญกับการสอนที่มีการการออกแบบการสอนไว้ล่วงหน้า พอๆ กับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาพจริงโดยไม่ได้คาดการณ์ไว้ หลังจากจัดประสบการณ์แล้วควรทำบันทึกหลังสอน โดยประเด็นที่ควรบันทึก ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ของเด็กตามจุดประสงค์ของการจัดประสบการณ์ การตอบสนองของผู้เรียนต่อการจัดประสบการณ์ ข้อสังเกตเกี่ยวกับสื่อ การออกแบบการจัดประสบการณ์ และลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก แล้วนำผลที่บันทึกนี้มาใช้ในการปรับแผนการจัดประสบการณ์ในวันต่อๆ ไปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558
บันทึกสะท้อนคิด วันที่ 22 มิ.ย.2558
บันทึกสะท้อนคิด วันที่ 22 มิ.ย.2558
คณะครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ สำหรับวันนี้ครูให้เด็กๆทำกิจกรรมเป่าสีด้วยหลอด ก่อนจัดกิจกรรมครูได้ให้เด็กๆเลือกแล้วว่าจะทำกิจกรรมอะไรดี และเด็กๆได้เลือกกิจกรรมการเป่าสีด้วยหลอดนี้ ครูจึงได้จัดตามที่เด็กต้องการ ประโยชน์ที่เด็กได้รับจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือ 1.พัฒนากล้ามเนื้อมือ 2.พัฒนาประสาทสัมพันธ์ระหว่างตากับมือ 3.พัฒนาภาษาในการอธิบายผลงานของตนเอง 4.พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ 5.ผ่อนคลายอารมณ์เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินขณะทำกิจกรรมและพึงพอใจในผลงานของตนเอง
คณะครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ สำหรับวันนี้ครูให้เด็กๆทำกิจกรรมเป่าสีด้วยหลอด ก่อนจัดกิจกรรมครูได้ให้เด็กๆเลือกแล้วว่าจะทำกิจกรรมอะไรดี และเด็กๆได้เลือกกิจกรรมการเป่าสีด้วยหลอดนี้ ครูจึงได้จัดตามที่เด็กต้องการ ประโยชน์ที่เด็กได้รับจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือ 1.พัฒนากล้ามเนื้อมือ 2.พัฒนาประสาทสัมพันธ์ระหว่างตากับมือ 3.พัฒนาภาษาในการอธิบายผลงานของตนเอง 4.พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ 5.ผ่อนคลายอารมณ์เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินขณะทำกิจกรรมและพึงพอใจในผลงานของตนเอง
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558
บันทึกสะท้อนคิด วันที่ 19 มิ.ย. 2558
กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ หมายถึง กิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่าง กายอย่างอิสระ โดยใช้เสียงเพลง จังหวะ และทำนอง คำคล้องจอง หรือเครื่องดนตรีประกอบ การเคลื่อนไหว เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้จังหวะ และควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะสังเกตุการร่วมกิจกรรมของเด็ก เด็กเคลื่อนไหวตามจังหวะได้ตามคำสั่งของครูเด็กมีส่วนร่วม
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558
บันทึกสะท้อนคิดวันที่ 18 มิ.ย. 2558
บันทึกสะท้อนคิดวันที่ 18 มิ.ย. 2558
จากการให้เด็กดื่มนมจากกล่องเมื่อวานนี้ ผู้ปกครองมารับลูกถามลูกว่ากินนมหมดมั้ยเด็กกินไม่หมดกล่อง ด้วยความห่วงว่าลูกจะร้องไห้อยากดื่มนมจากขวด แม่เทนมใส่ขวดให้ในตอนเช้าที่มาส่งเลย
เพราะกลัวลูกจะไม่ได้กินนม
จากการให้เด็กดื่มนมจากกล่องเมื่อวานนี้ ผู้ปกครองมารับลูกถามลูกว่ากินนมหมดมั้ยเด็กกินไม่หมดกล่อง ด้วยความห่วงว่าลูกจะร้องไห้อยากดื่มนมจากขวด แม่เทนมใส่ขวดให้ในตอนเช้าที่มาส่งเลย
เพราะกลัวลูกจะไม่ได้กินนม
| การติดขวดนม มีผลต่อการ ไม่ยอมกินข้าว บางรายก็ทำให้ได้อาหารไม่พอ ขาดวิตามินเกลือแร่ เป็นเด็กผอม บางรายก็ดูดแต่นมมาก จนเป็นเด็กอ้วน ในแง่พัฒนาการการติดขวดนม ทำให้เด็กเสียโอกาส การพัฒนาทักษะในการพูด การเคี้ยวและการใช้มือในการทำกิจกรรมอื่นๆ นับว่าเรื่องนี้เป็น ต้นตอก่อปัญหาสุขภาพกับเด็กอย่างไม่รู้ตัว สำหรับพ่อแม่ | |
บันทึกสะท้อนคิด วันที่ 17 มิ.ย. 2558
บันทึกสะท้อนคิด วันที่ 17 มิ.ย. 2558
สัปดาห์เป็นสัปดาห์ที่ 4 ของการมาเรียนยังพบว่าเด็กนักเรียนบางคนยังดื่มนมจากขวดนมอยู่ประมาณ 4 คน คุณครูจะถามเด็กหนูดูดขวดดีกว่ามั้ยค่ะฟันหนูจะไม่ผุและฟันสวย เด็กก็ทำตามที่ครูบอกได้ค่ะแต่ทานนมไม่หมดกล่อง เพราะว่าเคยดื่มนมจากขวดนม
สัปดาห์เป็นสัปดาห์ที่ 4 ของการมาเรียนยังพบว่าเด็กนักเรียนบางคนยังดื่มนมจากขวดนมอยู่ประมาณ 4 คน คุณครูจะถามเด็กหนูดูดขวดดีกว่ามั้ยค่ะฟันหนูจะไม่ผุและฟันสวย เด็กก็ทำตามที่ครูบอกได้ค่ะแต่ทานนมไม่หมดกล่อง เพราะว่าเคยดื่มนมจากขวดนม
บันทึกสะท้อนคิด วันที่ 16 มิ.ย. 2558
บันทึกสะท้อนคิด วันที่ 16 มิ.ย. 2558
การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวันของเด็กในสัปดาห์นี้เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เช่นจำรองเท้าของตนเองได้ ใส่รองเท้าเองได้ ทานข้าวเอง เข้าห้องน้ำเอง การจำสัญลักษณ์ของใช้ส่วนตัวเด็กของตัวเองได้
การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวันของเด็กในสัปดาห์นี้เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เช่นจำรองเท้าของตนเองได้ ใส่รองเท้าเองได้ ทานข้าวเอง เข้าห้องน้ำเอง การจำสัญลักษณ์ของใช้ส่วนตัวเด็กของตัวเองได้
บันทึกสะท้อนคิด วันที่ 15 มิ.ย. 2558
บันทึกสะท้อนคิด วันที่ 15 มิ.ย. 2558
วันนี้กิจกรรมสร้างสรรค์เด็กๆปั้นดินน้ำมันนั้นควรเริ่มจากการนวด คลึงดินน้ำมันจนอ่อนนุ่มและสอนพื้นฐานการปั้นเป็นรูปกลมๆโดยใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ช่วยคลึงดินน้ำมันเมื่อเด็กๆปั้นเป็นก้อนกลมๆได้แล้วลองให้ปั้นคลึงให้เป็นรูปหยดน้ำจากนั้นดัดแปลงให้เป็นรูปทรงรูปร่างต่างๆและนำชิ้นส่วนต่างๆมาเชื่อมต่อกันก็จะได้ผลงานเป็นรูปร่างที่ต้องการ
การปั้นดินน้ำมันเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมือมัดเล็กให้แข็งแรงโดยครูปฐมวัยจะนำมาเป็นกิจกรรมเริ่มต้นสำหรับเด็กปฐมวัยก่อนจะพัฒนาให้เด็กปฐมวัยได้เริ่มจับดินสอเพื่อฝึกเขียนโดยอย่างน้อยเด็กจะได้ฝึกหัดขยำ จับ กดและปั้นตามแต่จินตนาการของตนเองอาจจะเป็นรูปร่างบ้างไม่เป็นบ้างก็ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเด็กแต่ละคน..ซึ่งส่วนใหญ่เวลาให้เด็กได้ปั้นดินน้ำมันเด็กจะมีสมาธิ จิตใจจดจ่อกับสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ จินตนาการของเด็กแต่ละคนก็จะถ่ายทอดออกมาทางผลงาน
วันนี้กิจกรรมสร้างสรรค์เด็กๆปั้นดินน้ำมันนั้นควรเริ่มจากการนวด คลึงดินน้ำมันจนอ่อนนุ่มและสอนพื้นฐานการปั้นเป็นรูปกลมๆโดยใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ช่วยคลึงดินน้ำมันเมื่อเด็กๆปั้นเป็นก้อนกลมๆได้แล้วลองให้ปั้นคลึงให้เป็นรูปหยดน้ำจากนั้นดัดแปลงให้เป็นรูปทรงรูปร่างต่างๆและนำชิ้นส่วนต่างๆมาเชื่อมต่อกันก็จะได้ผลงานเป็นรูปร่างที่ต้องการ
การปั้นดินน้ำมันเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมือมัดเล็กให้แข็งแรงโดยครูปฐมวัยจะนำมาเป็นกิจกรรมเริ่มต้นสำหรับเด็กปฐมวัยก่อนจะพัฒนาให้เด็กปฐมวัยได้เริ่มจับดินสอเพื่อฝึกเขียนโดยอย่างน้อยเด็กจะได้ฝึกหัดขยำ จับ กดและปั้นตามแต่จินตนาการของตนเองอาจจะเป็นรูปร่างบ้างไม่เป็นบ้างก็ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเด็กแต่ละคน..ซึ่งส่วนใหญ่เวลาให้เด็กได้ปั้นดินน้ำมันเด็กจะมีสมาธิ จิตใจจดจ่อกับสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ จินตนาการของเด็กแต่ละคนก็จะถ่ายทอดออกมาทางผลงาน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
